นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ ของ นศ.วปอ.๒๕๕๖ article

 นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ ของ นศ.วปอ.๒๕๕๖

นรม. เป็นประธานแถลงยุทธศาสตร์ชาติ วปอ.56

      เมื่อ ๑๕ ก.ย.๕๗ วปอ.สปท. จัดการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ.๒๕๕๘ – ๒๕๖๒ ของ นศ.วปอ.๕๖ ร่วมกับ นศ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร และนศ.วิทยาลัยการทัพ ณ สโมสรทหารบก (วิภาวดี)  โดย พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี/หน.คสช./ผบ.ทบ. กรุณาให้เกียรติเป็นประธาน  พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รมว.กห. พล.อ.สุรศักดิ์  กาญจนารัตน์  ปล.กห.  พล.ร.อ.อมรเทพ  ณ บางช้าง ร.น. รอง ผบ.ทสส. นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติ ได้กรุณาเข้าร่วมรับฟังการแถลงในครั้งนี้

 

 

      ในการนี้ พล.อ.วุฒินันท์  ลีลายุทธ  ผบ.สปท.  พล.ท.อรรถนพ  ศิริศักดิ์  ผอ.วปอ.สปท. และผู้บัญชาการวิทยาลัยการทัพทุกเหล่าให้การต้อนรับ หลังการนำเสนอ นรม. ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นต่อยุทธศาสตร์ชาติ – ยุทธศาสตร์ทหารด้วย

    ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นผลงานทางวิชาการ ที่เกิดจากการ ร่วมคิด ร่วมมือ ร่วมใจ ของคณะนักศึกษาก่อนจบการศึกษาทุกปี ซึ่งในหลักสูตรการศึกษา วปอ. กำหนดให้มีทั้งการศึกษาในห้องเรียน การดูกิจการ การตรวจสอบสภาวะแวดล้อม โครงสร้างและกระบวนการพัฒนายุทธศาสตร์  คณะนักศึกษา วปอ. ๒๕๕๖  ได้นำทั้งความรู้และประสบการณ์ มาร่วมกันวิเคราะห์กลั่นกรอง จัดทำยุทธศาสตร์ชาติห้วงระยะเวลา ๕ ปีข้างหน้า  ในส่วนของ วสท. และวิทยาลัยการทัพทุกเหล่าทัพ ได้สรุปจัดทำยุทธศาสตร์ทหารนำเสนอเพื่อให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ในระดับปฏิบัติ และแสดงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในระดับชาติอีกด้วย 

 

     การนำเสนอยุทธศาสตร์ชาติ – ยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒  ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอ การปฏิรูปประเทศ สร้างความผาสุกให้คนในชาติ ซึ่งมีประเด็นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญดังนี้

    ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2558-2562 ที่คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นปี 2556 ได้จัดทำ ตามโครงสร้างการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ได้กำหนดผลประโยชน์แห่งชาติ และวัตถุประสงค์มูลฐานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว โดยมีสาระสำคัญที่จะให้ ประเทศไทยมีความมั่นคง  มั่งคั่ง  มีเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคมโลก สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความรู้ ควบคู่คุณธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และรักษาสิ่งแวดล้อม กำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะแห่งชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะ 5 ปี ที่สำคัญ คือ  มีการปฏิรูปการเมือง  มีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  มีการกระจายโอกาสทางการศึกษา จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ  เพื่อให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ควบคู่คุณธรรม   และได้กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ มาตการเฉพาะ รวมทั้งแผนงานโครงการต่าง ๆ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 ไปสู่การปฏิบัติ  ด้วยการกำหนดจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสู่ “การปฏิรูปประเทศ สร้างความผาสุกให้คนในชาติ”

     สำหรับการปฏิรูปการเมือง  ขณะนี้มีทั้งแรงผลักดันและโอกาส ที่จะเดินหน้าปฏิรูปการเมืองและการบริหารประเทศ จากการที่ คสช.ได้ประกาศเจตนารมณ์ และการมีคณะปฏิรูปเกิดขึ้น การปฏิรูปการเมืองและการบริหารประเทศ กระทำได้ในหลาย ๆ ประการ อย่างไรก็ตามคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2556 จะได้นำเสนอ 2 เรื่อง ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน กล่าวคือ

     เรื่องที่ 1 การต้านทุจริตคอร์รัปชั่น มีแนวทางโดยสรุป คือ ต้องกำหนดเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วม  ต้องบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกฉบับอย่างเคร่งครัด ออกกฎหมายควบคุมการวิ่งเต้น (Lobbying) เจ้าหน้าที่รัฐ และนำวิธีการลงโทษทางสังคม เช่น การคว่ำบาตรไม่สังสรรค์และกีดกันคนทุจริตคอร์รัปชั่นออกจากสังคม เป็นต้น  การสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นกับนักการเมือง และข้าราชการประจำด้วยการกำหนดเป็นข้อปฎิบัติเหมือนการรักษาศีล  การส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมเป็นหูเป็นตาช่วยตรวจสอบชี้ช่องเบาะแสของการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งการประสานงานสร้างความร่วมมือกับนานาชาติในการเข้าถึงข้อมูลและสร้างกลไกการ “ยึดทรัพย์” อันได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ผล

     เรื่องที่ 2 การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร   มีแนวทางโดยสรุป คือ การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งตัวแทนปวงชน และบุคคลในคณะรัฐมนตรีให้ได้ “คนดีจริง เก่งจริง” การให้มีช่องทางพิเศษให้ข้าราชการสามารถขอโอนย้ายเข้าสู่การเป็นข้าราชการการเมือง เพื่อเพิ่มทางเลือกบุคคลที่จะเข้ามาทำงานการเมืองไม่ให้จำกัดอยู่เฉพาะ “นักการเมืองอาชีพ”  การสร้าง “ต้นกล้าการเมืองไทย” หรือคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจการเมือง เพื่อนำคนเหล่านั้นจัดตั้งกลุ่มที่จะทำหน้าที่ “ตัวกระตุ้นความเปลี่ยนแปลง (Change Agent)”  การ “เฝ้าระวังการเมืองสีเทา” ด้วยองค์กรภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็ง  การเข้าสู่อำนาจบริหารด้วยการสร้างสถาบันทางการเมืองให้มีความเป็น “สถาบันทางสังคม (Social Institution)” ซึ่งจะนำไปสู่การเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ “พลเมือง (Citizenship)” คอยปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของส่วนรวม  ทั้งนี้ในประเทศที่มีการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารกระทั่งเป็นต้นแบบของนานาชาติ เช่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากการสร้างสภาวะความเป็นพลเมือง (Citizenship) อย่างได้ผล  ซึ่งมีความหมายกินความถึง การเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคมอย่างสมัครใจ ทั้งในแง่การให้แนวความคิด และข้อเสนอแนะ อันเกิดจากการบ่มเพาะพฤตินิสัย แนวความคิด และทัศนคติ ตั้งแต่สถาบันครอบครัว ไปจนกระทั่งสถาบันการศึกษา ที่มีการฝึกฝนให้แนวทางที่เป็นมาตรฐาน

          ในเรื่อง การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม  ซึ่งความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยปรากฏภาพชัด  ทั้งในความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจ (ร่ำรวย-ยากจน)  ทางด้านสังคมซึ่งประกอบด้วย การศึกษา (ได้รับการศึกษาดี-ไร้การศึกษา) สาธารณสุข (มีสุขภาพดี-การมีโรคภัยเรื้อรัง)  และสิ่งแวดล้อม (สิ่งแวดล้อมดี-การมีมลภาวะ) ทั้งนี้เกิดมาจากระบบที่ไม่สามารถทำให้เกิดความเป็นธรรม ไม่สามารถกระจายทรัพยากรและสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง  การเกิดระบบทุนนิยมที่เข้มแข็ง  และภาคสาธารณะที่อ่อนแอและด้อยประสิทธิภาพ  จึงต้องมีระบบใหม่ที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม  นั่นก็คือ “กิจการเพื่อสังคม” (Social Enterprise) ที่จะเป็นนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ชิ้นสำคัญที่มีความหมายและเป็นความหวังในปัจจุบัน

          กิจการเพื่อสังคมบูรณาการ 2 จุดเด่น คือ ประสิทธิภาพประสิทธิผลของการบริหารจัดการในภาคเอกชนเข้ากับวัตถุประสงค์การเน้นคนส่วนใหญ่ของภาครัฐ  ซึ่งมีความหมายว่า “กิจการหรือการดำเนินงานใดใด อันหมายรวมถึงการทำธุรกิจด้วย ที่มีเป้าหมายก่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมเป็นหลัก ด้วยการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลสูง ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการทำดีเพื่อส่วนรวม” รูปแบบที่เหมาะสมของกิจการเพื่อสังคมในประเทศไทย น่าจะเป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างแนวทางซึ่งประสบความสำเร็จในโลกตะวันตก กับรูปแบบการเข้าใจในรายละเอียด และวัฒนธรรมของผู้คนในโลกตะวันออก 

          กิจการเพื่อสังคมในประเทศไทย จึงควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จำเป็น 4 ยุทธศาสตร์ กล่าวคือ 1) การส่งเสริมผลักดันกิจการเพื่อสังคม  2) การสร้างทัศนคติ และการเรียนรู้เรื่องกิจการเพื่อสังคม  3) การพัฒนาขีดความสามารถของกิจการเพื่อสังคม  และ 4) การสร้างกลไกสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม โดยมีข้อเสนอแนะในการดำเนินการ ได้แก่ การจัดตั้งหน่วยงานในระดับกรมหรือองค์กรอิสระเพื่อรับผิดชอบ  การจัดตั้งกองทุนคงยอดเงินต้น (Endowment Fund) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางด้านงบประมาณ  การออกกฎหมายให้สามารถจัดตั้งหรือจดทะเบียนบริษัทหรือหน่วยงานที่เป็นกิจการเพื่อสังคมได้  การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนให้เกิดกิจการเพื่อสังคม  การสร้างระบบประเมินผลและรับรองมาตรฐานของกิจการเพื่อสังคม  และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องกิจการเพื่อสังคม พร้อมจัดตั้งเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          สำหรับการปฏิรูปการศึกษา  คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2556 ขอนำเสนอโครงการการปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคต เน้นการดำเนินการแก้ไขปัญหาการศึกษาทุกด้านให้ตอบสนองวัตถุประสงค์และเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน โดยมีแนวทางดำเนินการที่สำคัญ กล่าวคือ  จัดทำโครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตเป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการระดมสรรพกำลัง จากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ   การสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาการศึกษาที่จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาคน ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของชาติ โดยขอความร่วมมือร่วมใจให้ทุกคนได้ร่วมกันปฏิรูปการศึกษาในทุกบทบาท

          ทำการขับเคลื่อนการปฏิรูป 10 ด้าน กล่าวคือ ปฏิรูปกระบวนการผลิตและพัฒนาครู  ปฏิรูประบบการเรียนการสอน  ปฏิรูปองค์ความรู้  ปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลการศึกษาในทุกระดับ  ปฏิรูปสถานศึกษา  ปฏิรูปการบริหารการศึกษา  ปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีพ  ปฏิรูปการศึกษาเพื่อความมั่นคง  ปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิต และปฏิรูปองค์กรด้านการศึกษา โดยต้องให้ทุกคนต้องตระหนักรู้ว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ   

          โครงการต่าง ๆ  ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นการนำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ที่น่าจะช่วยแก้ไขสิ่งที่เป็นรากเหง้าสำคัญของปัญหาที่ประเทศไทยได้เผชิญมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ได้  อย่างไรก็ตามยังมีโครงการอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ที่คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2556 ได้ระดมสมองจัดทำขึ้น อาทิเช่น  โครงการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของไทยภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  โครงการพัฒนาศักยภาพท่าเรือพาณิชย์ของไทยทางฝั่งทะเลอันดามัน  โครงการส่งเสริมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 1 ชุมชน 1 เมกาวัตต์   โครงการเปลี่ยน “รก” เป็น “รักษ์” ในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อการบริหารจัดการขยะ เป็นต้น ในการนี้คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2556 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2558-2562 ที่ได้จัดทำขึ้นนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อ การปฏิรูปประเทศ สร้างความผาสุกให้คนในชาติ นำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป  

 

 


 




ข่าวสารสถาบัน




TNDC Copyright © 2011 All Rights Reserved.