สรุปผลการดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ ณ กลุ่มประเทศยุโรป article

 

สรุปผลการดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ ณ กลุ่มประเทศยุโรป

 

ราชอาณาจักรสวีเดน – สาธารณรัฐฟินแลนด์ – สหพันธรัฐรัสเซีย

ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวมวลจากอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของฟินแลนด์ และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาโลกร้อนทั้งนี้ ได้มีการจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมสารสนเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนากลยุทธ์ภายใต้แนวคิดของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความรู้และความสามารถทางการแข่งขัน โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรผู้สอน

สหพันธรัฐรัสเซียเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลในหลายด้าน ทั้งการทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ อวกาศ และแหล่งพลังงานที่มีปริมาณสำรองทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมากเกือบที่สุดของโลก โดยมีก๊าซธรรมชาติมากที่สุดถึงร้อยละ ๒๕ ของก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกแม้รัสเซียจะเป็นประเทศที่มีพลังงานเหลือเฟือ แต่ก็ไม่ละเลยเรื่องพลังงานหมุนเวียนทั้งนี้รัสเซียได้วางแผนการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าหลากหลายและสมดุลกันมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเข้ามาไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ

 

สาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐออสเตรีย

Next Generation Leader

Sebastian Kurz(นายเซบาสเตียน คูร์ซ) ผู้นำของประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก การที่นายคูร์ซสามารถชนะการเลือกตั้งได้ในประเทศออสเตรียนั้น สะท้อนถึงการเปิดกว้างของระบบกลไกในประเทศ ระบบนี้หมายความรวมทั้งระบบกฎหมายและระบบที่ไม่เป็นทางการ เช่น การอุปถัมภ์กันเฉพาะในกลุ่มที่เชื่อมโยงทางสายเลือด เศรษฐกิจ หรือสถานะทางสังคม ฯลฯ การมีผู้นำอายุน้อยเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือของประเทศนั้น ที่เปิดกว้างสำหรับคนหน้าใหม่ ถือเป็นการปรับตัวในเชิงโครงสร้างสู่วงจรของการพัฒนา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเกิดการ disrupt จากเทคโนโลยีเช่นในปัจจุบัน

Czech Sustainable Tourism and Eco Tourism

การพัฒนาและการเติบโตควรเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยการเน้นคุณค่าและส่งเสริมสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประเทศไทยเองซึ่งเป็นเมืองที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก การท่องเที่ยวของไทยมีการพัฒนามานานและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากการพัฒนาในกรุงเทพมหานครแล้ว ได้กระจายตัวไปยังเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งด้านจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและการบริการการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างมาก ดังนั้น ประเทศไทยควรนำหลักการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากในปัจจุบันการส่งเสริมการท่องเที่ยวยังคงไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมในอนาคต อีกทั้ง ขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมที่เน้นแต่เป้าหมายเชิงปริมาณ (จำนวนคนและรายได้) เท่านั้น จึงก่อให้เกิดผลกระทบและเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ อีกมาก เช่น ด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและสังคม

 

Smart City Vienna

การส่งเสริมการพัฒนาอย่างจริงจัง โดยการนำเทคโนโลยีด้านข้อมูลและโทรคมนาคมมาใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพประสิทธิภาพประสิทธิผล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมอย่างยั่งยืน (เมืองไทยมีโครงการ Smart City เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้รับความสนใจและผลักดันนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ)

Armaments and Defence Technology Agency (ADTA) และ Nanotechnology Industries

การลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนาหรือ R&D เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน จากข้อมูลของ Eurostat พบว่าในปี ๒๕๖๐ ประเทศไทยใช้จ่ายเงินลงทุนเพื่อการศึกษาและวิจัย (R&D Expenditure) เพียงร้อยละ ๐.๘ ของ GDP เปรียบเทียบกับสาธารณรัฐเช็กและสาธารณรัฐออสเตรียที่ใช้จ่ายเงินลงทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยสูงถึงร้อยละ ๑.๙ และร้อยละ ๓.๐ ในปี ๒๕๕๙

 

สมาพันธรัฐสวิสและสาธารณรัฐออสเตรีย

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีจุดแข็งด้านการพัฒนาแบบยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยีทันสมัยในด้านการเกษตร ด้านมนุษยธรรม  การส่งเสริมประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ หลักธรรมาภิบาล การปฏิรูประบบราชการ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีนวัตกรรมสูง ทั้งด้านเวชกรรม และทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารและบรรจุภัณฑ์ด้านอาหารของสวิตเซอร์แลนด์มีความปลอดภัย โดยนวัตกรรมเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับ ๓ ของโลก อาหารจึงเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของอุตสาหกรรม S-Curve ที่รัฐบาลไทยควรให้ความสำคัญ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องบูรณาการด้านการศึกษาให้สามารถรองรับความต้องการแรงงานที่มีทักษะและความรู้ที่ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงานดังเช่นรูปแบบการศึกษาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเอื้อให้บริษัทร่วมแสดงความต้องการในสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการและสนับสนุนด้านงบประมาณในการวิจัย สนับสนุนการเกิดนวัตกรรมใหม่ โดยการดำเนินความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ กลางและย่อม start-ups โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการวิจัย และรัฐบาลสามารถผลักดันด้วยการให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาด

นอกจากนี้ การที่สวิตเซอร์แลนด์มีระบบการเมืองการปกครองที่เสถียร นโยบายการวางตัวเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของประเทศอื่นๆ (Swiss Neutrality) และมีคุณภาพชีวิตของสวิสเซอร์แลนด์ที่ดี ทรัพยากรมนุษย์ที่ดี มีทักษะแรงงานฝีมือด้านไอทีที่ก้าวหน้าเป็นอันดับต้นของยุโรป และที่สำคัญคือสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยสูง โดยเฉพาะการปกครองระดับท้องถิ่น ซึ่งประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอแก้กฎหมายได้ ทำให้การสนับสนุน Cryptocurrency ขึ้น กระทรวงการคลังสวิส และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศหรือ FINMA ได้เตรียมพร้อมวางแผนเรื่องกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบริษัทด้านดังกล่าว รวมถึงนโยบายด้านภาษีผลักดันให้สวิสเซอร์แลนด์สามารถดำเนินการใช้ Crypto currency ได้และมีแนวโน้นที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งประเทศไทยสามารถนำมาเป็นแนวทางในการศึกษาความเหมาะสมในการรองรับเรื่องดังกล่าวในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตามการพัฒนาด้านนี้ต้องมีการวางรากที่ดีด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งทุกประเทศต่างให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นการ Crypto jacking มีมาหลายปี ซึ่งการคุกคามดังกล่าวไม่เป็นที่แพร่หลายสำหรับประชาชนทั่วไปหรือผู้เสียหาย ดังนั้นการเตรียมการของประเทศไทยในการรองรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นในอนาคตนั้น รวมถึงการพัฒนาและให้ความสำคัญกับด้านการพัฒนาการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อีกด้วย

 

สหราชอาณาจักร

ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

๑. การส่งเสริมการปรับโครงสร้างและแนวทางเพื่อให้เกิดการเติบโต

อุตสาหกรรมอวกาศ (aerospace)  อุตสาหกรรมยานยนต์ (automotive)  และอุตสาหกรรมยา (pharmaceutical)  เป็นอุตสาหกรรมหลักของสหราชอาณาจักร โดยมีเมืองลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และมีกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร ซึ่งใน Productivity Plan ได้ระบุการดำเนินงาน ๑๕ ข้อ (action points) ซึ่งอยู่ภายใต้แนวทางหลักๆ ๒ แนวทาง ได้แก่ ๑) การกระตุ้นการลงทุนระยะยาว ๒)ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นแผนที่ส่งเสริมการทำงานข้ามหน่วยงาน (cross – department plan) และส่งผลโดยตรงต่อนโยบายด้าน STI โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหราชอาณาจักร ซึ่งนโยบายหลักๆ ประกอบไปด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง การคงความเป็นมหาวิทยาลัยในระดับโลก การสร้างพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ เชื่อถือได้  และการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลระดับโลก

๒. การพัฒนาการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย และระบบนวัตกรรม

นับแต่ปี ๒๐๑๔ สหราชอาณาจักรได้ให้ความสนใจในการพัฒนา และประเมินทางด้านนโยบาย STI ให้สามารถตอบสนองต่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการปฏิรูปหน่วยงานด้านระบบการวิจัย และได้มีการจัดทำกลยุทธ์การประเมินด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมใหม่ในปี ๒๐๑๔ โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงการประเมิน การสร้างความเข้มแข็งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ ความคล่องตัว และเพิ่มความน่าเชื่อถือ นักวิจัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาถึงผลกระทบของการวิจัย และแนวทางการดำเนินงานวิจัยให้สามารถเกิดผลสูงสุดด้วยการใช้เครื่องมือ และกระบวนการประเมินของ UK Research Councilและมี UK Research Excellence Framework (REF)  คอยควบคุม และพิจารณาผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของงานวิจัยของมหาวิทยาลัย และในปี ๒๐๑๕ ได้มีการปรับโครงสร้างหน่วยงานให้ทุน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของการดำเนินงานหน่วยงานให้ทุนในด้านการดำเนินงาน และความซ้ำซ้อนของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เกิดการดำเนินงานแบบ non–departmental public body operating ขึ้น คือ UK Research and Innovation (UKRI) โดยเป็นการรวมสภาวิจัยของ ๗ หน่วยงาน ร่วมกับ Innovate UK  และ องค์กรใหม่ Research England เข้าด้วยกัน เพื่อให้คงไว้ซึ่งความโดดเด่นในการส่งเสริมภาคธุรกิจ และการให้ทุน โดยมุ่งการเชื่อมโยงปัญหา และเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจ

๓. การพัฒนาการดำเนินงานเพื่อนวัตกรรม

Competition Plan (๒๐๑๕) จัดทำขึ้นเพื่อสร้างกรอบการดำเนินงาน และเครื่องมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และบริษัทต่างๆ ให้มีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม

๔. การกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในภาคธุรกิจ

สหราชอาณาจักรได้ปรับรูปแบบการส่งเสริมภาคธุรกิจจากเดิมเป็นการให้ทุนแบบ competitive grants เป็นการให้สินเชื่อกู้ยืม (credit loan)  การให้การรับรอง (Guarantee)  และการร่วมแชร์ความเสี่ยง (risk-sharing mechanism) R&D tax credit และการส่งเสริม  และการจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะ (public procurement) เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสร้างนวัตกรรม

๕. การแก้ไขปัญหาความท้าทายทางสังคม

ด้วยปัญหาความท้าทายทางสังคมที่ได้ถูกระบุไว้ใน Productivity Plan มีความเกี่ยวเนื่องกับความท้าทายทางด้าน STI  และความท้าทายทางสังคมในระดับโลก เช่น ปัญหา low- carbon economy สหราชอาณาจักร จึงได้จัดตั้ง New Global Challenge Research Fund  สนับสนุนงบประมาณจำนวน หนึ่งพันห้าร้อยล้านปอนด์ ในระยะเวลา ๕ ปี (๒๐๑๖ – ๒๐๒๐) เพื่อส่งเสริมงานวิจัยแบบ multidisciplinary research ในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นใหม่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาทางด้านสุขภาพ และปัญหาพลังงาน

ด้าน Sexually Transmitted Infection (STI)

๑. มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย

มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในระบบวิจัยของสหราชอาณาจักร โดยเป็นผู้ทำวิจัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในแผน Productivity plan  ได้มีการระบุเป้าหมายหนึ่งไว้ว่า “สหราชอาณาจักรจะคงไว้ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก และทุกคนสามารถเข้าถึงได้”  ดังนั้นความเป็นเลิศทางวิชาการจะนำไปสู่งบประมาณในการทำวิจัยของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการให้งบประมาณแบบ block grant และเป็นไปตามการกำกับดูแลเรื่องคุณภาพการวิจัยด้วย  Research Excellence Framework นอกจากนี้ ในเรื่องการเข้าถึงการตีพิมพ์ทางวิชาการ และการเปิดกว้างทางวิทยาศาสตร์ ก็เป็นส่วนสำคัญของแผน Productivity plan และ Competitive plan โดย Research Council Uk (RCUK) และ Higher Education Funding Council for England (HEFCE) ได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบการเข้าถึงข้อมูลให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกมากขึ้น

๒. นวัตกรรมภาคเอกชน

สหราชอาณาจักรมีนโยบายที่จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในภาคการผลิต และบริษัทภายในประเทศ ด้วยการมีมาตรการ และเครื่องมือในการส่งเสริมทั้งทางตรง และทางอ้อมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมในบริษัท และ ส่งเสริม SMEs ให้มากขึ้น เช่นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (tax incentives) แก่บริษัทที่ทำการวิจัยและพัฒนา และมีนวัตกรรม การให้เครดิตภาษี (tax credit) การลดหย่อยภาษี (tax relief) และภาษีพิเศษสำหรับรายได้จากสิทธิบัตร (patent box) เป็นต้น

๓. โครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และอินเตอร์เน็ต

สหราชอาณาจักรมีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ที่เข้มแข็ง และมีการจัดการอย่างดี รัฐบาลได้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการตอบสนอง และให้บริการกับประชาชน Big data  และการผนวกรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าด้วยกันจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายที่ซับซ้อนในระดับโลก  สหราชอาณาจักรจึงได้จัดตั้งThe Open Data Institute (ODI)  ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระแบบไม่หวังผลกำไร ได้รับทุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขึ้นเพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมให้เกิดการเปิดเผยข้อมูล (open data) ที่นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย ODI  จะทำงานเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานทางเวปไซดฺ และการใช้นวัตกรรมเพื่อให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาทักษะด้านการเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคลากรจนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำแก่รัฐบาลได้ นอกจากนี้ ODI ยังทำการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูล (semantic web ) เพื่อให้การใช้ข้อมูลต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้คำแนะนำแก้ภาคเอกชน และภาคธุรกิจ ให้เห็นประโยชน์ของการจัดการและใช้ข้อมูลที่ดี ที่ส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจและสังคมนอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง The new Alan Turing Institute  ในปี ๒๐๑๔ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมุ่งเน้นด้าน Big Data โดยได้รับความร่วมมือจาก ๕ มหาวิทยาลัย โดยมุ่งหวังที่จะได้รับความร่วมมือ และเป็นพันธมิตรที่ดีในการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมโดยการประยุกต์จากการใช้ข้อมูล

๔. การถ่ายโอนเทคโนโลยีและการเพิ่มช่องทางจำหน่ายเทคโนโลยี

สหราชอาณาจักร จำเป็นที่ต้องมาการสร้างเครือข่ายภายในและภายนอกประเทศ เพื่อส่งเสริมการถ่ายโอนเทคโนโลยี โดยได้มีจัดตั้ง the Knowledge Transfer Network (KTN)  เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม และการถ่ายโอนองค์ความรู้ โดยประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นบริษัทต่างๆ ๔๓,๐๐๐ ราย และไม่ใช่บริษัทอีก ๑๔,๐๐๐ ราย สหราชอาณาจักรควรมุ่งเน้นการมีมาตรการในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในบริษัทต่าง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดย่อย (SMEs) รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีในระยะยาว

๕. นโยบายระดับภูมิภาค

สหราชอาณาจักรได้มีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ หลายภาคส่วนเพื่อผลักดันให้มีการนำผลการวิจัยไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม  เช่น การจัดตั้ง The Catapult Centres ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงนวัตกรรม และเทคโนโลยี ในด้านที่เป็นประโยชน์ให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ  การจัดตั้ง Graphene Global Research and Technology Hub  เพื่อเชื่อมโยงสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจในการพัฒนา graphene(graphene เป็นชั้นหนึ่งของคาร์บอน มีความหนาหนึ่งอะตอม มีโครงสร้างแบบเรขาคณิต และคุณสมบัติที่พิเศษสุด คือมีความแข็งแรงกว่าเหล็กกล้าที่มีความหนาเท่ากันถึงหนึ่งร้อยเท่า และมีคุณสมบัติเป็นตัวนำความร้อนและกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ)การตั้ง Higgs Centres in Edinburgh ส่งเสริมบริษัท start-up ด้านอวกาศ  และมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งใน Edinburgh มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ และการวิจัยด้านฟิสิกส์นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังได้ตั้งวิทยาเขตวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม (Science and Innovation Campuses) ที่ Harwlell and Daresbury เพื่อให้การสนับสนุนสิ่งแวดล้อมทางการวิจัย และส่งเสริมความร่วมมือเพื่อให้สามารถดำเนินการวิจัยในระดับแนวหน้า ด้วยการให้โอกาสในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แก่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอยู่ร่วมกันเสมือนเขตประกอบธุรกิจการค้า (business enterprise zone) ที่ได้รับผลประโยชน์ต่างๆ เช่น การลดคาทางธุรกิจ กฎระเบียบการควบคุมที่มีความลดหย่อน และการเข้าถึงความช่วยเหลือพิเศษต่างๆ

๖. ทักษะเพื่อสร้างนวัตกรรม

สหราชอาณาจักรได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  โดยเฉพาะอย่างด้านความรู้ทางด้าน ICT และ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการดำเนินมาตรการ และเครื่องมือต่างๆ เช่นการดำเนินงาน STEMNET  ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียน วิทยาลัย และผู้เกี่ยวข้องด้าน STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) ในการส่งเสริมให้เยาวชน มีโอกาสในการพบและได้รับแรงบันดาลใจจากแบบอย่างที่ดี (Role models) เข้าใจความเป็นจริงของวิชา STEM และได้ทำกิจกรรมด้าน STEM รวมไปถึงการมีโครงการทูตSTEM (STEM ambassadors programme)  นอกจากนี้ ยังมีโครงการเป้าหมายอื่นๆ ที่กระตุ้นให้นักเรียนสนใจเรียนฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์  การให้ทุนการศึกษา และพัฒนาครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์  การลงทุนเพื่อสร้างคอลเลจระดับชาติห้าแห่ง เพื่อลดช่องว่างทางทักษะสำหรับผู้ที่ออกจากระบบการศึกษา และทำงานโดยตรงกับผู้จ้างงานโดยการส่งเสริมทักษะ ๕ ด้าน ได้แก่ ๑) ทักษะดิจิตอล ๒) รถไฟความเร็วสูง ๓) น้ำมัน และก๊าซภายในประเทศ ๔) ทักษะความคิดสร้างสรรค์และสังคมอุตสาหกรรม ๕) และพลังงานนิวเคลียร์

ประเด็น Brexit

ประเด็น Brexit และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับ EU และไทยเป็นประเด็นที่คณะให้ความสนใจและหารืออย่างกว้างขวางในการเยือนโดยในเบื้องต้น Brexit อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน แต่ยังไม่มีนัยสำคัญมากนัก อย่างไรก็ดี โดยที่กระบวนการเจรจา Brexit ยังไม่สิ้นสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นต่อไป ทั้งนี้ Brexit ทำให้สหราชอาณาจักรมีอิสระในทางเลือก โดยไม่มีกรอบการดำเนินการของสหภาพยุโรปมาควบคุมอีกต่อไป สหราชอาณาจักรสามารถที่จะเลือกพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ได้อย่างเสรี ไทยควรใช้โอกาสดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงที่สหราชอาณาจักรมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์กับภูมิภาคเอเชียในการส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความใว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากศักยภาพหรือจุดแข็งของสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และ FinTech

การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

เมืองลิเวอร์พูลมีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมโดยเฉพาะอาคารสิ่งก่อสร้าง มีพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่จำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากกรุงลอนดอน นอกจากนี้ ยังมีวัฒนธรรมด้านดนตรีที่โดดเด่นและมีตำนานที่ยาวนาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจึงควรส่งเสริมความร่วมมือกับเมืองลิเวอร์พูล เพื่อเรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์และทำนุบำรุงวัฒนธรรมประจำถิ่น รวมถึงการจัดระบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรืออนุรักษ์

สกอตแลนด์เป็นเสมือนรัฐกึ่งอิสระของสหราชอาณาจักร เคยมีการลงมติให้สกอตแลนด์แยกตัวเป็นอิสระจากสหราชอาณาจักร แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน ทั้งนี้ สกอตแลนด์เป็นกรณีตัวอย่างของการใช้กระบวนการทางการและกลไกของพรรคการเมืองในการต่อสู้ภายในสภาเพื่อตราข้อกฎหมายอย่างเป็นทางการ ไม่มีการจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน นอกจากนี้ กรณีสกอตแลนด์เป็นตัวอย่างของการกระจายอำานาจแบบ อสมมาตร คือการกระจายอำนาจของรัฐบาลกลางไปยังบางพื้นที่มากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลกลาง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องจับอาวุธต่อสู้กัน หรือว่านำไปสู่การเกิดกระบวนการก่อการร้าย

 


 

ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และราชอาณาจักรเบลเยี่ยม

ความน่าสนใจของเมือง Leiden อยู่ที่การเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมีหลักฐานจากป้อมปราการโบราณ ที่ปัจจุบันเป็นจุดชมวิวของเมืองได้อย่างดี หรือการเป็นเมืองแห่งการศึกษาซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ ที่มีระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีชื่อเสียงเป็นเมืองที่แสดงถึงวิถีชุมชนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ อาหารพื้นเมือง และตลาดที่แสดงถึงการใช้ชีวิตผู้คน

Wind Energy Solutions

ความสำเร็จของการใช้พลังงานลมมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าในเนเธอร์แลนด์ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ กระแสลมในอัตราสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การผลิตที่เกิดผลในด้านความคุ้มค่า จากการใช้ต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับการใช้ดีเซล การส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยลดการปล่อยกาซเรือนกระจก การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และแสดงผลผ่านทาง smart mobile ได้รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและการมีพันธมิตรมาร่วมดำเนินการ

เขื่อนอัพสเลาไดก์ (Afsluitdijk)

การก่อสร้างเขื่อนอัพสเลาไดก์มีจุดประสงค์เบื้องต้นเพื่อช่วยป้องกันและบรรเทาการเสี่ยงภัยจากน้ำของประชาชน โดยรูปแบบของการบริหารจัดการของเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วม การถมทะเลให้เกิดแผ่นดิน รวมถึงแนวทางและวิธีการในการเตรียมรับกับสถานการณ์อุทกภัยในอนาคตตั้งแต่ระดับชาติลงมาจนถึงท้องถิ่นโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของน้ำ

Royal FloraHolland

ตัวอย่างของ Dutch Auctions นี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของระบบตลาดและกลไกการซื้อขายสินค้าในต่างประเทศที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับสินค้าชนิดนั้นๆ ตามความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากการค้าสินค้าโภคภัณฑ์หรือสินค้าทางการเงินชนิดอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ใช้กลไกตลาดกลางและกลไกตลาดสินค้าล่วงหน้าในการทำธุรกรรมการซื้อขาย

Zaanse Schans

การนำวิถีหรือเรื่องราวในอดีตมาสร้างสรรค์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบัน เสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว และได้ทำกิจกรรมระหว่างการท่องเที่ยว การให้ความสำคัญกับวิถีไทย เช่นเดียวกับวิถีดัชน์อาทิ อาหารชุมชนท่องเที่ยว สินค้า OTOPอาจจะเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

 

สาธารณรัฐโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก

War Studies University (WSU)

แห่งกรุงวอร์ซอ สาธารณรัฐโปแลนด์ เป็นสถาบันการศึกษาทางด้านการทหารที่สูงที่สุดของสาธารณรัฐโปแลนด์ จัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมแห่งชาติ ในปี ค.ศ. ๒๐๑๖เพื่อแทนที่ National Defence University ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๙๐การศึกษาด้านการทหารและการสงครามในสาธารณรัฐโปแลนด์ เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๗๖๕ เมื่อ King Stanislaw August Poniatowskiก่อตั้ง Corps of Cadets หรือ College of Knights ซึ่งได้ปิดตัวลงเมื่อปี ค.ศ. ๑๗๙๔ หลังจากนั้นจึงได้สืบทอดต่อมาเป็น Higher War School ในปี ค.ศ. ๑๙๑๙ และ General Staff Academy ในปี ค.ศ. ๑๙๔๗และ National Defence University ในปี ค.ศ. ๑๙๙๐ โดยมีจุดประสงค์ คือ ให้การศึกษาเรียนรู้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน และสถาบัน ฯลฯ ที่มีความเกี่ยวโยงกับการกลาโหมและการป้องกันประเทศ และเตรียมความพร้อมให้กับพลเรือนในด้านความมั่นคงปลอดภัยของชาติและการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤต แบ่งการเรียนการสอนเป็น ๓ คณะ คือ Faculty of National Security (คณะความมั่นคงแห่งชาติ) Faculty of Management and Command (คณะการบริหารและบัญชาการ) และ Faculty of Military Studies (คณะการทหารศึกษา) มีตั้งแต่หลักสูตร ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมี CBRN Defence Training Center (ศูนย์ฝึกอบรมด้านการป้องกัน Chemical, Biological, Radiological, and Nuclear) Security Research Center (ศูนย์วิจัยความมั่นคง)และ War Games and Simulation Center (ศูนย์จำลองสถานการณ์สงคราม) โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมแห่งชาติ และมีความร่วมมือกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)

Startup และ SME

สาธารณรัฐโปแลนด์นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในทางการเมืองและเศรษฐกิจ  ภายหลังจากที่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต จึงทำให้โปแลนด์เป็นจุดดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาใช้เป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าไปทั่วสหภาพยุโรป ธุรกิจในโปแลนด์ดำเนินกิจการแบบอนุรักษ์นิยม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นธุรกิจครอบครัว พึ่งพาเงินทุนภายนอกน้อยมาก ส่วนใหญ่ใช้เงินทุนของบริษัทในการทำการค้า ไม่นิยมกู้สินเชื่อ ทั้งนี้ ร้อยละ ๙๐ของบริษัทในโปแลนด์ เป็นบริษัท SME ชาวโปแลนด์ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มอายุ ๕๐ขึ้นไป มีพื้นฐานของความมัธยัสถ์สูง มีเพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจที่มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยรวมจึงทำให้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นSmall and Medium Size Enterprises (SMEs) หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปรียบดังกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจสหภาพยุโรป เนื่องจากวิสาหกิจในยุโรป ร้อยละ ๙๙ เป็นวิสาหกิจประเภท SMEs สร้างผลตอบแทนร้อยละ ๕๘ ของสหภาพยุโรป และสร้างการจ้างงานประมาณ ร้อยละ ๖๕ – ๘๐

องค์การพัฒนาวิสาหกิจโปแลนด์ (Polish Agency for Enterprise Development หรือ PARP)

มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการระดับประเทศและระดับนานาชาติที่ได้รับทุนจากงบประมาณด้านโครงสร้างงบประมาณของรัฐและโครงการหลายปีของคณะกรรมาธิการยุโรป โดยทำหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการในการนำเข้านวตักรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ  ในปี ๒๕๖๐ PARP ตั้งเป้าใช้บประมาณจำนวน ๖๒๐ ล้านสว๊อตตี้(ประมาณ ๖,๒๐๐ล้านบาท)  เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางรวม ๕๐โครงการภายใต้ Poland’s Smart Growth ในวงเงิน ๒๐ล้านสว๊อตตี้ (ประมาณ ๒๐๐ล้านบาท)  โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนแบ่งตามภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ การผลิตเครื่องจักรกล อุปกรณ์ และเครื่องมือการก่อสร้างและการผลิตวัสดุก่อสร้าง การผลิตกระดาษและพลาสติกเคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตเครื่องแก้ว

นโยบาย Industry 4.0ของสาธารณรัฐเช็ก

นโยบายPrumysl4.0 หรือIndustry 4.0ของสาธารณรัฐเช็กเป็นแนวคิดระดับชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มบทบาทในเศรษฐกิจโลก และเตรียมความพร้อมสังคม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ ๔และการเกิดขึ้นของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเช็กได้นำเสนอแนวคิดดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘(ค.ศ. ๒๐๑๕) และได้รับการรับรองโดยรัฐบาลเช็กในปีต่อมา โดยภาคธุรกิจมีภารกิจที่จะต้องการปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล ในขณะที่ภาครัฐต้องส่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและสังคมที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจตามบริบทของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเช็ก

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ (ค.ศ. ๒๐๑๖) มีมูลค่าการค้า ๙๐๓.๘๘ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ ๒๗,๑๑๖ ล้านบาท) เป็นการส่งออกจากไทยไปยังสาธารณรัฐเช็ก ๗๑๗.๘๑ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๒๑,๕๓๔ ล้านบาท) โดยสินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ด้ายและเส้นใยสังเคราะห์ และเป็นการนำเข้าจากสาธารณรัฐเช็กมายังไทย ๑๘๖.๐๘ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๕,๕๘๒ ล้านบาท) โดยสินค้านำเข้าจากสาธารณรัฐเช็ก ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อุปกรณ์ยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติกไทยได้ดุลการค้า ๕๓๑.๗๓ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๕,๙๕๒ ล้านบาท)

การกำหนดนโยบายและการวางแผนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาประเทศ

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙สาธารณรัฐเช็กถือเป็นประเทศอียูในกลุ่มยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่ใช้งบประมาณ R&D per capita สูงที่สุด โดยใช้งบประมาณทั้งปีสูงถึง ๓,๔๓๐ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๐๒,๙๐๐ ล้านบาท) เพื่อเดินหน้าเต็มกำลังไปสู่เป้าหมายการเป็น Czech Republic 4.0หนึ่งในเทคโนโลยีที่สาธารณรัฐเช็กมุ่งมั่นที่จะพัฒนา คือ นาโนเทคโนโลยีเทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัย ที่เมื่อนำมาใช้แล้ว จะสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดความแตกต่าง ใช้แรงหรือต้นทุนที่น้อยลงแต่ได้ผลผลิตที่มากขึ้นหรือสูงค่าขึ้น โดยสาธารณรัฐเช็ก เมื่อครั้งยังเป็นประเทศเชโกสโลวาเกีย ก็จัดเป็นประเทศผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมและเครื่องจักรชั้นนำ จึงไม่แปลกใจหากจะได้ยินผู้คนขนานนามว่าเป็น เยอรมนีแห่งยุโรปตะวันออกสาธารณรัฐเช็ก ได้พัฒนา “นาโนเทคโนโลยี” อย่างต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นของสาธารณรัฐเช็กได้แสดงออกผ่านงบประมาณที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาสูงถึงกว่าแสนล้านบาท และได้มีการจดสิทธิบัตรไปแล้วมากมายโดยเจ้าของลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรเหล่านี้ เป็นกลุ่ม SMEs ทั้งนี้ เหล่านักวิจัย นักประดิษฐ์ และผู้ผลิตก็ได้ถือคติพจน์ว่า เช็กคือนาโน”(Czech is Nano) เป็นแรงจูงใจในการพัฒนาการดำเนินการของสาธารณรัฐเช็คในด้านการพัฒนาดังกล่าว มุ่งเน้นให้ผลลัพธ์ที่ออกมาสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมต่างๆ ได้จริงและถือว่าในช่วง ๓-๔ปีมานี้ นาโนเทคโนโลยีของสาธารณรัฐเช็กเติบโตอย่างก้าวกระโดด วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME หลายแห่งประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งในยุโรปและในระดับสากล

นโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

สาธารณรัฐเช็กมีพันธะต้องปฏิรูปนโยบายด้านพลังงานเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมตามระเบียบของสหภาพยุโรป เช่น การควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ และการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ ๒๐ของพลังงานทั้งหมดภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ (ค.ศ. ๒๐๒๐) ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสาธารณรัฐเช็กยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นการพัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทน

ถ่านหินและลิกไนต์นับเป็นแหล่งเชื้อเพลิงพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก แต่ถ่านหินและลิกไนต์ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รัฐบาลเช็กจึงมีนโยบายยกเลิกสัมปทานและทยอยปิดเหมืองถ่านหินตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ (ค.ศ. ๒๐๐๓) ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ส่วนแบ่ง  ของถ่านหินในตลาดพลังงานลดลงจากร้อยละ ๖๑ในปี ๒๕๔๖ เหลือร้อยละ ๔๕ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ (ค.ศ. ๒๐๐๖) ทั้งนี้ สาธารณรัฐเช็กมีแผนที่จะเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานทดแทนเป็นร้อยละ ๘ในปี ๒๕๕๓ และร้อยละ ๑๗ในปี ๒๕๗๓ (ค.ศ. ๒๐๓๐) 

ปัญหาและข้อขัดข้องในการควบคุมมลภาวะ

สาธารณรัฐเช็กมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก จึงให้ความสำคัญจะปฏิบัติตามระเบียบระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นต่ำสุด (Minimum Requirements) เท่านั้น หากระเบียบข้อใดจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป รัฐบาลเช็กจะชะลอการปฏิบัติตาม รวมทั้งรัฐบาลเช็ก ไม่เห็นด้วยกับกระแสตื่นตัวในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ (Climate Change)สาธารณรัฐเช็ก จัดเป็นประเทศที่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับปัญหามลพิษมาก สาเหตุหลักของมลพิษในสาธารณรัฐเช็กแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ เช่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มลพิษมาจากโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่มีสภาพเก่าแก่ หรือตามชนบทของประเทศที่มาการใช้พลังงานถ่านหินมากำเนิดพลังงานความร้อน รวมทั้งมลพิษบางส่วนที่เคลื่อนที่มาจากสาธารณรัฐโปแลนด์ทางแก้ปัญหามลพิษทางหนึ่ง คือการนำพลังงานสะอาดมาใช้ อย่างเช่น ก๊าซธรรมชาติ หรือ พลังงานแสงอาทิตย์ นอกเหนือไปจากการรณรงค์ให้ชาวบ้านเล็งเห็นถึงพิษภัยของการก่อมลพิษซึ่งเป็นผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและต่อสุขภาพของตนเอง

 

ราชอาณาจักรสเปนและสาธารณรัฐโปรตุเกส

ด้านเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจสเปน ในปี ๒๕๖๐ เติบโตร้อยละ ๓.๑ และมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ (ร้อยละ ๒) สเปนจึงยังคงเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในเขตยูโรโซน ปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจของสเปนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบริโภคภายใน การส่งออก และรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแม้ว่าเศรษฐกิจสเปนจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จะเติบโตในอัตราที่ลดลง ล่าสุด  สมาพันธ์นายจ้างสเปน (CEOE) คาดว่าในปี ๒๕๖๑ เศรษฐกิจสเปนจะเติบโตร้อยละ ๒.๕ ในขณะที่ OECD คาดว่าจะเติบโตเพียงร้อยละ ๒.๓ ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสเปน ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก  ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ผลกระทบจาก Brexit (การลงทุนของสหราชอาณาจักรในสเปนคิดเป็นร้อยละ ๑๑ ของการลงทุนต่างชาติ  อัตราการว่างงานที่ยังสูงเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป แม้ว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปี ๒๕๖๐ อัตราการว่างงานคิดเป็นร้อยละ ๑๗.๑หนี้สาธารณะยังมีอัตราที่สูงมากถึงร้อยละ ๙๘.๓๖ เท่ากับมูลค่า ๑.๑๔ พันล้านยูโร (สูงกว่าอัตราที่ EU กำหนดไว้ที่ร้อยละ ๖๐ ของ GDP)การขาดดุลงบประมาณยังอยู่ในระดับสูง และที่สำคัญคือ ปัญหาแคว้นคาตาลุญญาซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้บริโภค และนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี ถึงแม้การเมืองสเปนเกิดความสับสนอลหม่าน แต่ต้องถือว่ารัฐบาลกลางสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างเฉียบขาดและราบรื่น ด้วยความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๒๑ จนล่าสุด นายมาริอาโน ราฆอย นายกรัฐมนตรีสเปนได้ยุบสภาท้องถิ่นกาตาลัน และประกาศจัดการเลือกตั้งฯ ใหม่ในวันที่ ๒๑ ธ.ค. ๒๕๖๐ช่วยคลายความกังวลต่อจากประเด็นนี้ลงไป ในขณะที่ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยูโรโซนโดยรวมยังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งมาตรการผ่อนคลายทางการเงินยังคงสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านความมั่นคง

กบฏแบ่งแยกดินแดน “แคว้นบาสก์” แม้ว่าเป็นเรื่องที่จบลงไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็เป็นปัญหาสำคัญของราชอาณาจักรสเปนมาเกือบ ๖๐ ปี กองกำลัง ETA (Euskadi To Askataswna) ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาเมื่อพ.ศ. ๒๕๕๔ ได้มีการตกลงร่วมกันประกาศหยุดยิงแต่ไม่วางอาวุธ ต่อมาเมื่อ ๘ เมษายน ๒๕๖๐ มีการบรรลุข้อตกลงกันและได้ประกาศวางอาวุธอย่างถาวรยุทธศาสตร์หรือเครื่องมือที่สำคัญในการดำเนินการที่ทำให้ปัญหาดังกล่าวจบลงได้ คือ การใช้หน่วยงานทางความมั่นคงการใช้กฎหมาย  และความร่วมมือกับต่างประเทศโดยเฉพาะฝรั่งเศส (แคว้นบากส์อยู่ทางตอนเหนือของสเปนและติดกับตอนใต้ของฝรั่งเศส)ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำให้เรื่องดังกล่าวยุติลงได้

 

สาธารณรัฐอิตาลีและสมาพันธรัฐสวิส

ไทยและอิตาลีมีความสัมพันธ์อย่างยาวนาน ถึงแม้อิตาลีประสบภาวะทางเศรษฐกิจ และมูลค่าการค้าระหว่างไทย - อิตาลี มีเพียง ๓,๗๑๓.๗ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี ๒๕๖๐ โดยไทยอยู่เป็นอันดับที่ ๔๓ ของประเทศที่อิตาลีสั่งซื้อสินค้า แต่อิตาลีมีความสำคัญในฐานะประเทศที่เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและนวัตกรรมของโลก ทั้งนี้การคาดการณ์แนวโน้มสินค้าจากการสำรวจของศูนย์วิจัย FINDOMESTIC พบว่า การใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๐ ของชาวอิตาเลียนเชื่อมั่นว่า ในปี ๒๕๖๑ เศรษฐกิจจะฟื้นตัว คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในหมวด อาหาร การเดินทางพักผ่อน และยารักษาโรค เป็นโอกาสดีในการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทย และความร่วมมือทางการค้า ธุรกิจบริการ การลงทุน การท่องเที่ยว นวัตกรรมและเทคโนโลยี

ด้านการท่องเที่ยว

จำนวนนักท่องเที่ยวอิตาลีเดินทางมาไทย ๒๖๕,๕๓๒ คน ปัจจุบันไทยอยู่ในกลุ่ม ๒๕ ประเทศแรกที่ชาวอิตาลีเลือกเดินทางไปท่องเที่ยว และจำนวนนักท่องเที่ยวจากอิตาลีมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ไทยมีศักยภาพที่จะรองรับนักท่องเที่ยวอิตาลีทั้งในกลุ่มตลาดแบบเดิมและกลุ่ม niche market อาทิ กลุ่ม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) เช่น ชมรมดำน้ำ โครงการตรวจสุขภาพ (physical check up) และท่องเที่ยวในไทย ซึ่งเป็นแผนดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดของไทยในปัจจุบัน

ด้านการทหาร

ความสัมพันธ์ทางด้านการทหารเป็นไปด้วยดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำเหล่าทัพ ที่ผ่านมากองทัพไทยได้สั่งซื้อยุทโธปกรณ์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์อะไหล่จากอิตาลีเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันอิตาลีพยายามจะเพิ่มความสัมพันธ์ทางทหารกับไทย โดยให้ความช่วยเหลือด้านอุตสาหกรรมทหารและด้านการศึกษา โดยในปีการศึกษา ๒๕๔๖ อิตาลีเริ่มให้การสนับสนุนการศึกษาหลักสูตรระยะยาวให้กับกองทัพไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ หลักสูตรโรงเรียนนายเรืออิตาลี และหลักสูตรความร่วมมือระหว่างพลเรือนกับทหาร โดย กห. อิตาลี สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

 

ด้านวิชาการ

ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย - อิตาลี ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๕ - ๑๙๙๔มีหน่วยงานต่าง ๆได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอิตาลีจำนวน ๑๑โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน และมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คมนาคม สาธารณูปโภค อาชีวศึกษาและการแพทย์

ด้านวัฒนธรรม

ไทยและอิตาลีมีความร่วมมือด้านวัฒนธรรมมานาน โดยในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ไทยได้ว่าจ้างสถาปนิก จิตรกรและศิลปินชาวอิตาเลียนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคาร สถานที่สำคัญๆ ของไทย อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทำเนียบรัฐบาล บ้านพิษณุโลก กระทรวงกลาโหม สถานีรถไฟหัวลำโพง วังบางขุนพรหม พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระที่นั่งสวนอัมพร ห้องสมุดเนลสัน เฮยส์ สำหรับชาวอิตาเลียนที่มีบทบาทในวงการศิลปะของไทยมากที่สุดคือ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี (CorradoFeroci) ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและความร่วมมือในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมระหว่างสอท. อิตาลีประจำประเทศไทยและบริษัทต่างๆ ของอิตาลีในไทย ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมหาวิทยาลัยของไทย อาทิ การประชุมอิตาเลียน-ไทย ครั้งที่ ๑ เรื่อง เส้นทางศิลปะวิทยาการอิตาเลียน - ไทย จากศตวรรษที่ ๑๙ สู่ปัจจุบันโดยสอท. อิตาลีฯ จัดร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๙๗ ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมที่เพิ่งผ่านมา อาทิ การจัดแสดงดนตรีของวง RomeStringQuartet เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการลที่ ๙ ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ โดยมีสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์ เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน โดยจัดที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๙๙ และในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๙๙ สอท.อิตาลี ร่วมกับสายการบิน Alitalia หอการค้าไทย-อิตาลี และบริษัทอิตาลีต่างๆ จัดงาน “ItalianMemorialDay”ขึ้นที่ถนนปั้น สีลม เพื่อระลึกถึงศิลปินชาวอิตาเลียนที่ได้สร้างสรรค์ผลงานในไทย โดยมีการแสดงดนตรีอิตาเลียน อาหารอิตาเลียน และการแสดงละครของนักศึกษาไทยในงาน ทั้งนี้สอท. อิตาลีมีโครงการจะจัดงานในลักษณะดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภา

รัฐสภาไทยได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-อิตาลี โดยมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน ๗๗ คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๖ คน รวมสมาชิกสมทบอีก ๑๖ คน โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นประธาน และนายสุพร สุภสร เป็นรองประธานคณะกรรมการบริหารในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๔(ค.ศ. ๒๐๐๑) ปัจจุบัน นาย PierFerdinandoCASINI ดำรงตำแหน่ง PresidentoftheChamber

 

กพศ.วปอ.สปท

มิ.ย.๖๑




ข่าวสารสถาบัน

พิธีมอบเครื่องหมายวูดแบดจ์ article
ให้การต้อนรับคณะ ACSC article
คณะ วปอ.เวียดนาม article
ผบ.ทสส.รับฟังบรรยายสรุป article
จิตอาสางานอุ่นไอรัก คลายความหนาว
อุ่นไอรัก คลายความหนาว
วันคล้ายวันสถาปนา วปอ.ครบรอบปีที่ ๖๓
การเดินทางดูกิจการหน่วยทหาร (ต่างจังหวัด) article
ผบ.สปท.ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุป
พิธีเปิดการศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ ๖๐ article
ผบ.กองกำลังฝรั่งเศสภาคพื้นแปซิฟิกและคณะ เข้าเยี่ยมเยียน วปอ. article
กำหนดการและการลงทะเบียนพิธีพระราชทานปริญญาบัตร นักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 58
ผอ.วปอ.สปท. พบนักศึกษาและแนะนำคณาจารย์ ในการรายงานตัวเข้ารับการศึกษาของนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๖๐ article
พิธีรับ-ส่งหน้าที่ article
พิธีปิดการศึกษา article
วปอ.เกาหลีใต้ เข้าเยี่ยมคำนับ ผอ.วปอ.สปท. article
การประชุมสภา วปอ. ครั้งที่ ๓ article
กองบัญชาการแห่งชาติ (ฝึก) article
วปอ.กองทัพบังกลาเทศ article
กิจกรรมปลูกดอกดาวเรือง article
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว article
การประชุมสถา วปอ. ครั้งที่ ๒ article
รอง ผบ.ทสส.อต. เข้าเยี่ยมชม วปอ.สปท. article
การเดินทางทัศนศึกษาเชิงวัฒนธรรม (นักศึกษามิตรประเทศ) article
ภาพถ่ายงานสัมนาวิชาการ
คณะ วปอ.ญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคำนับ ผอ.วปอ.สปท. article
พิธีเปดการอบรม article
คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันประเทศไนจีเรีย เข้าเยี่ยมคำนับ ผอ.วปอ.สปท. article
พิธีมอบทุนการศึกษา article
ฝึกแก้ปัญหาสถานการณ์วิกฤตระดับชาติ (NDCEx 59) article
กิจกรรมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ article
การบรรยายพิเศษของผู้บริหารระดับสูงจากประเทศสิงคโปร์ article
คณะนายทหารจากประเทศปากีสถาน เยี่ยมเยือน วปอ. article
สัมมนาวิชาการ ครั้งที่ ๒ เรื่อง "การขับเคลื่อนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ สนับสนุนแนวทางประเทศไทย ๔.๐"
การเยี่ยมชมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของคณะนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๕๙
พิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชาของ วปอ. article
นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๙ เยี่ยมชมการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ (C-MEX 17) article
อภิปรายในเรื่อง "สภาวะแวดล้อมโลกทางด้านการเมืองและผลกระทบตอความมั่นคงของประเทศไทย" ณ หอประชุมพิบูลสงคราม เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๐
คณะผู้แทน United Kingdom Development, Concepts and Doctrine Centre (DCDC) เข้าหารือกับ วปอ.ฯ
การบรรยายพิเศษ เรื่อง ยุทธศาสตร์ประเทศไทยใน ๒๐ ปี ข้างหน้า
รมว.กห. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เยี่ยมเยือนสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และดูงาน วปอ.ฯ
ข่าวสารกิจกรรมการดูงานภาคเหนือของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ ๕๙
งานวันคล้ายวันสถาปนา วปอ. ครบรอบ ๖๒ ปี
การบรรยายเรื่อง เทคโนโลยีป้องกันประเทศเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ
พิธียกเสาเอก อาคารอเนกประสงค์ ๔ ชั้น วปอ.
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานปริญญาบัตรฯ article
การสัมมนาวิชาการครั้งที่ ๑ วปอ.รุ่นที่ ๕๙
วันพุธ ที่ 30 พ.ย. 59, เวลา 15.00 น. - 16.30 น. : ผอ.วปอ.ฯ มอบหมายให้ รอง ผอ.วปอ.ฯ นำกำลังพล วปอ. ร่วมออกกำลังกายภายในพื้นที่ด้วยการฝึกกายบริหารและวิ่งออกกำลัง ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ข้าราชการมีความตื่นตัวในการทำงานและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง article
ผอ.วปอ.ฯ เยี่ยมค่ายลูกเสือ article
ระหว่างวันที่ 14 - 18 พ.ย.59 ผอ.วปอ.ฯ นำคณะ นศ.วปอ.รุ่นที่ 59 เข้ารับการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ ระดับผู้นำ ขั้นความรู้ชั้นสูง รุ่นที่ 796 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี article
พิธีปิดการศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๕๘
การแถลงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของ นศ.วปอ.58
ประกาศรายชื่อ นศ.วปอ.๕๙
กิจกรรม "วปอ.๕๘ เดิน-วิ่ง เพื่อศิริราช"
การประชุมสภา วปอ.ครั้งที่ ๒ ปีการศึกษา ๕๘-๕๙
พิธีเปิดการฝึกร่วม วสท. วปอ. วทบ. และ รร.สธ.เหล่าทัพ ปี ๕๙
University of Defence, Indonesia เยี่ยมชม วปอ.ฯ
งานแถลงข่าว วปอ.๕๘ เดิน-วิ่ง เพื่อศิริราช
การดูกิจการ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
การเดินทางดูกิจการภาคตะวันตกของ นศ.วปอ.๕๘
การบรรยายพิเศษ เรื่อง ASEAN security challenge in an era of surging Great Power influence : A view from Australia
ผ้าป่าสาม้คคีตามโครงการ ๑ วัด ๑ โรงเรียน ๑ ชุมชน
การบรรยายพิเศษของ ออท.สหรัฐประจำประเทศไทย
การประชุมวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงระดับสูง ครั้งที่ ๗
การดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ พื้นที่ภาคตะวันออก ของ นศ.วปอ.รุ่นที่ 58
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานถุงยังชีพ article
การรับสมัครนักศึกษาใหม่ วปอ.59 (ปิดรับสมัครแล้ว)
การเข้าเยี่ยมชมกิจการของ วปอ.สปท. ของคณะ วปอ.มิตรประเทศ
การทดสอบความรู้กระบวนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติของ วปอ. ครั้งที่ ๒ ของ นศ.วปอ.๕๘
การประชุมสภา วปอ. ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๕๘-๕๙
วปอ.๕๘ มอบสิ่งของในโครงการ พลัง วปอ. เพื่อกาชาด กองบัญชาการกองทัพไทย
การทดสอบความรู้กระบวนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติของ วปอ. ครั้งที่ ๑ ของ นศ.วปอ.๕๘
คณาจารย์และนักศึกษา วปอ.๕๘ ลงนามถวายพระพร
เปิดตัวเอกสาร NDC Security Review
คณะวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยี่ยมชม วปอ.
การประชุมเชิงปฏิบัติการ "การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของ นศ.วปอ.58
ข้าราชการฝ่ายบริหารกลาโหมอินเดีย เยี่ยมชม วปอ.ฯ
คืนสู่เหย้า วปอ.๖๑ ปี
กิจกรรมวันสถาปนา วปอ.ครบรอบ ๖๑ ปี
การมอบอุปกรณ์ชุดคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในห้องสมุด
การประชุมคณะกรรมการการศึกษา ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๕๘ - ๕๙
การบรรยายพิเศษ HA / DR
การดุกิจการและศึกษาภูมิประเทศภาคเหนือ ของ นศ.วปอ.รุ่นที่ 58
การสัมมนาวิชาการครั้งที่ ๑ ยุทธศาสตร์การสร้างความปรองดองฯ
นศ.ต่างชาติ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘
การเดินทางดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของ นศ.วปอ.รุ่นที่ 58
กิจกรรมเทิดพระเกียรติ ๕ ธันวามหาราช
พิธีปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี
การเดินทางดูกิจการประเทศรอบบ้าน ของ นศ.วปอ.รุ่นที่ 58
ผบ.ทสส. กรุณาบรรยายให้แก่หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๕๘
พิธีเปิดการศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๕๘
ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
กฐินพระราชทาน สมาคม วปอ.ฯ ในกฐินกาล พุทธศักราช ๒๕๕๘
การดูกิจการศูนย์การทหารม้า
นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๘ ดูกิจการหน่วยทหารต่างจังหวัด
การฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ ระดับผู้นำ ขั้นความรู้ชั้นสูง นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๘
สถาบันการศึกษาทางทหารชั้นสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน เยียมชม วปอ.
การศึกษาภาคการปฐมนิเทศ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙
นักศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๕๘ รายงานตัวเข้ารับการศึกษา
การรับฟังคำชี้แจงก่อนเข้ารับการศึกษา หลักสูตร วปอ.รุ่นที่ ๕๘
ภาพการแถลงยุทธศาสตร์ชาติของ นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๗
คนไทยต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
ประกาศรายชื่อ นศ.วปอ.๒๕๕๘
พิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วาระ ๑ ต.ค.๕๘
ขอเชิญร่วมสร้างหอพระและพระพุทธรูปประจำสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
การเตรียมการพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วปอ.2556
การบรรยายพิเศษเรื่อง ประสบการณ์การปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล"
ผู้นำเพื่อนสันติภาพ
กำหนดการต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ
ประกาศรับสมัคร นศ.ใหม่ ปีการศึกษา ๕๘-๕๙
การบรรยายพิเศษ หัวข้อ กลุ่มก่อการร้าย IS : แนวโน้มสถานการณ์และผลกระทบต่อประเทศไทย
กำหนดการรับฟังการชี้แจงก่อนเข้ารับการศึกษาของนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ ๕๘
พิธีปิดการศึกษา ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๕๗ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๘
ประกาศ ชะลอการดำเนินการโครงการ ยุว วปอ. รุ่นที่ ๑ article
เชิญชมอัลบั้มภาพพิธีเปิดการศึกษา นักศึกษา วปอ.รุ่น 57 article
กำหนดการสัมมนาเรื่องการส่งเสริม การบริหารราชการแผ่นดินที่มี ธรรมาภิบาล article
กำหนดการวันคล้ายวันสถาปนา วปอ. ครบรอบปีที่ ๖๐ article
สมาคมวิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักร กำหนดจัดการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๘
วปอ. แห่งอนาคต (๑๐๐ ปี) NDC : (In the) 100 year
การดูงานภาคปฐมนิเทศในต่างจังหวัด ของนักศึกษา วปอ.รุ่น 57 ระหว่างวันที่ 10 - 14 พฤศจิกายน 2557
การดูงานภาคปฐมนิเทศใน กทม. ของนักศึกษา วปอ.รุ่น 57 ระหว่างวันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2557 article
การดูงานภาคปฐมนิเทศใน กทม. ของนักศึกษา วปอ.รุ่น 57 ระหว่างวันที่ 15 - 17 ตุลาคม 2557 article
ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตรวจเยี่ยม วปอ.สปท. article
พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของสมาคม วปอ.ในพระบรมราชูภปถัมภ์ ประจำปี 2557 article
พิธีรับ-ส่ง หน้าที่ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร article
วปอ. นำคณะนักศึกษามิตรประเทศและครอบครัว เลี้ยงสังสรรค์และร่วมส่งเดินทางกลับภูมิลำเนา article
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ ของ นศ.วปอ.๒๕๕๖ article
แจ้งการปฏิบัติของ นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๗
พิธีปิดการศึกษา หลักสูตร วปอ.๒๕๕๖
พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการ (ต.ค.๕๗)
ประกาศรายชื่อ นศ.วปอ.รุ่นที่ ๕๗
ก้าวสู่ปีที่ ๖๐ การสถาปนา วปอ.สปท. article
การประชุมสภา วปอ. ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๕๖ - ๕๗
การรับสมัครนักศึกษา ปีการศึกษา ๕๗ - ๕๘ article
งานสัปดาห์วิชาการความมั่นคง สปท. ปี ๕๗
การเตรียมการพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วปอ.2555
การบรรยายพิเศษโดย ออท.สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย
นศ.วปอ.๒๕๕๖ สอบครั้งที่ ๒
วันคล้ายวันสถาปนาและคืนสู้เหย้า วปอ. ๕๙ ปี
การบรรยายพิเศษโดย ออท.สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
การเสวนาวิชาการ "ไซเบอร์ : ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ"
นศ.วปอ.๒๕๕๖ การสอบครั้งที่ ๑
คืนสู่เหย้า วปอ.๕๙ ปี
การเข้าร่วมประชุม 17th ARF HDUCIM ณ ประเทศบรูไน
กฐินพระราชทาน ปี ๒๕๕๖
พิธีรับ-ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชาของ ผอ.วปอ.ฯ
พระบรมราชโองการให้นายทหารรับราชการฯ (ต.ค.๕๖)
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร นศ.วปอ.๒๕๕๔
ศิษย์เก่า วปอ. โปรดเกล้าฯ ๓๐ มิ.ย.๕๖
ขอเชิญร่วมประชุมวิชาการหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ๖ สถาบัน ครั้งที่ ๔
การเตรียมการพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วปอ.2554
เปิดรับสมัครนักศึกษาปี ๕๖ - ๕๗
ขอเชิญร่วมงานคืนสู่เหย้า วปอ.๕๘ ปี
ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตน์
พิธีเปิดการศึกษา วปอ.๒๕๕๕
กฐินพระราชทาน สมาคม วปอ.ปี ๕๕
การรับ-ส่งหน้าที่ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ
รายชื่อนักศึกษา วปอ.๒๕๕๕ แก้ไข ๑ ต.ค.๕๕
กฐินพระราชทาน ปี 2555
โปรดเกล้าให้นายทหารรับราชการ (ต.ค.๕๕)
พิธีปิดการศึกษา นศ.วปอ.2554
การรับฟังคำชี้แจงและรายงานตัวของ นศ.วปอ.๒๕๕๕
วปอ.บังคลาเทศ เยี่ยมชม วปอ.ไทย
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานงานแถลงยุทธศาสตร์ชาติของ นศ.วปอ.๒๕๕๕
พิธีพระราชทานปริญญาับัตร วปอ.๒๕๕๑ - ๒๕๕๓
การแข่งขันกอล์ฟประเพณี วปอ.ปี ๒๕๕๕
อนุมัติรายชื่อ นศ.วปอ.รุ่น ๕๕ ปรอ.รุ่น ๒๕ วปม.รุ่น ๖
ขอเชิญ นศ.วปอ.๒๕๕๕ รับฟังยุทธศาสตร์ชาติฯ
อัพเดท การซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร วปอ.๒๕๕๑ - ๒๕๕๓ article
การประชุมสภา วปอ.ครั้งที่ ๒ ปี ๕๔-๕๕ article
วิทยากรมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศ สปจ.บรรยายพิเศษ
งานสายสัมพันธ์ สานสาม้คคี สร้างสรรค์ไทย
การพระราชทานปริญญาบัตร วปอ.๒๕๕๑ , ๒๕๕๒ , ๒๕๕๓
ประกาศรับสมัคร นศ.ใหม่ (วปอ.๒๕๕๕)
งานประเพณีสงกรานต์ ๒๕๕๕
กำหนดการบำเพ็ญกุศล ภริยา ผอ.วปอ.ฯ
นศ.วปม.๕ ร่วมฝึกลูกเสือ
ผบ.สปท.พบนักศึกษา วปม.๕
พิธีเปิดหลักสูตร วปม.๕
วันสถาปนา วปอ.๕๗ ปี
การบรรยายพิเศษของ ผบ.ทสส.
คณะภูฏานเยี่ยมชม วปอ.
NDU จีนเยี่ยมชม วปอ.
วีดีทัศน์งานแถลงยุทธศาสตร์ชาติ วปอ.๒๕๕๓
ประมวลภาพการดูกิจการภาคปฐมนิเทศของ นศ.วปอ.๒๕๕๔
คณะ NDU เกาหลีใต้เยี่ยมชม วปอ.
การประกาศรายชื่อ วปม.5
ประมวลภาพพิธีเปิดการศึกษา วปอ.๒๕๕๔
การประชุมสภา วปอ.ครั้งที่ ๑ ปีการศึกษา ๕๔ - ๕๕
งานเลี้ยงต้อนรับ นศ.วปอ.๒๕๕๔
งานคืนสู่เหย้า วปอ.๕๗ ปี
การสาธิตการใช้กำลังทางอากาศ
การตรวจเยี่ยมพื้นที่ วปอ.ของ รอง ผบ.ทสส.(๒)
กฐินพระราชทานสมาคม วปอ.
ดูกิจการในพื้นที่ กทม.
วปม.5 ปิดรับสม้ัครแล้ว
กิจกรรมถนนรวมพล คนรักสุขภาพ
นับถอยหลัง ร่วมฉลอง ๘๔ พรรษา
การพิจารณาเปิดหลักสูตร วปม.๕
นศ.วปอ.๒๕๕๔ รับฟังคำชี้แจง article
งานสัปดาห์วิชาการความมั่นคง สปท. ครั้งที่ 2
การจัดการความรู้ของ วปอ. (KM)
การเดินทางทัศนศึกษาเชิงวัฒนธรรม (นักศึกษามิตรประเทศ)
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานถุงยังชีพจำนวน ๓๐๐ ชุด และปลอกแขนจำนวน ๑๐ อัน ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา ฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
การประกาศผลรายชื่อ นศ.วปอ.๕๗
การพิจารณารายชื่อเข้าเป็น นศ.วปอ.๒๕๕๖



TNDC Copyright © 2011 All Rights Reserved.