การเดินทางดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศภาคเหนือ

การเดินทางดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศภาคเหนือของคณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ ๓ 
วันที่ ๒๓ มี.ค. ๖๙
นำโดย พล.ท. ทักษิณ สิริสิงห ผอ.วปอ.ฯ ฟังการบรรยายสรุปจาก ๒ หน่วยงาน ได้แก่ 
๑. จ.พิษณุโลก เรื่อง "ยุทธศาสตร์การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก" โดย นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จ.พิษณุโลก เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา มีศูนย์การค้าที่มีศักยภาพ ถือว่าเป็นเมืองของราชการที่มีเงินเดือนจากกรมบัญชีกลางจำนวนมากไหลเข้ามาในจังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางการคมนาคมมีสนามบินมีเที่ยวบินเฉลี่ยประมาณ ๕ เที่ยวบินจากพิษณุโลกไปดอนเมือง
-ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ มีงบพัฒนาจังหวัด ๒๐๐ กว่าล้านบาทเพื่อนำไปพัฒนาแก้ไขปัญหาของจังหวัด เช่นการทำถนนเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด ในส่วนของด้านเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนราคาที่ดินค่อนข้างสูง ทำให้มีปัญหา ของน้ำท่วมและมีปัญหาในเรื่องของขยะที่ไม่สามารถนำขยะไปทิ้งได้  มีแนวทางการพัฒนามีโครงการใหญ่ใหญ่ที่สำคัญในช่วงนี้คือโครงการพัฒนาบึงน้ำราชนกงบประมาณ ๑๔๐๐ ล้านบาท เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม คิดที่จะพัฒนาการยกระดับน้ำมีน้ำไหลผ่านเขตเมืองเพื่อทำฝายเพื่อยกระดับน้ำในเขตเมือง 
๒. กองทัพภาคที่ ๓ เรื่อง "ความมั่นคงตามแนวชายแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ" โดย พล.ต. เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๓ สรุปได้ดังนี้ สภาพพื้นที่ปฏิบัติการ โดยทั่วไปเป็นป่าร้อยละ ๗๐ และร้อย ๓๐ เป็นพื้นที่ราบลุ่มและที่ราบเชิงเขาปัญาหาเส้นเขตแดนของ  ทภ.๓ รวมทั้งสิ้น ๓๖ พื้นที่  แบ่งเป็นพื้นที่เมียนมาร์ ๒๘ พื้นที่ และสปป.ลาว ๘ พื้นที่  ในปี ๒๔๙๓ กองทัพบกได้จัดตั้งกองทัพภาคที่ ๓ ไว้แก้ไขปัญหาต่างๆ ในภาคเหนือ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ในปีพศ. ๒๕๐๑ ได้แปรสภาพเป็น ทภ.๓ รับผิดชอบ  ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ มีที่ตั้ง ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยถือวันที่ ๒๐ ของทุกปีเป็นวันสถาปนา ทภ. ๓ เพื่อป้องกันชายแดน คุ้มครองอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-พม่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของ ทภ.๓ ได้ใช้บทบาทและกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงการแก้ไขภัยคุกคามในพื้นที่ภาคเหนือ มีการบูรณาการกำกับดูแลรวมทั้งสนับสนุนและเสริมการปฎิบัติของหน่วยงานอื่นอีก มีการจัดกำลังสนับสนุนจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจและภาคภูมิใจตลอดจนการปฏิบัติเพื่อปกป้องอธิไตนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติรวมถึงผลประโยชน์ของชาติและความสงบสุขของประชาชน
๓. จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมอบเงินเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 75,000.-บาท และเงินช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ จำนวน 75,000 รวมเป็นเงิน 150,000.-บาทโดยมี ผศ.แพทย์หญิง พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับ
 
วันที่ ๒๔ มี.ค. ๖๙
นำโดย พลตรี กิตติภัค ทองธีรธรรม ผอ.สวม.วปอ.ฯ ฟังการบรรยายสรุปจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในหัวข้อ "สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานภาคเหนือ" โดยมี นายปริญญา สาระไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
กฟผ. เตรียมรับมือการลดกำลังผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ๕๐% ในปี ๒๕๖๙ เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ผ่านกลยุทธ์ 3 Smart ได้แก่
- Smart Energy : เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด้วยโซลาร์ฟาร์ม (1,660 MW), พลังน้ำสูบกลับ และผลิตชีวมวลอัดเม็ดจากขยะเกษตรเพื่อลด PM 2.5
- Smart Economy & Environment : ปั้นแม่เมาะเป็น "นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว" และศูนย์กลาง BCG เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจลำปางอย่างยั่งยืนหลังยุคถ่านหิน

วันที่ ๒๕ มี.ค. ๖๙
สายการเดินทางที่ ๑ (กลุ่มโอปอ, กลุ่มอำพัน, กลุ่มเพทาย และ กลุ่มนิลกาฬ) : ช่วงเช้า
นำโดย พล.ต.กิตติภัค ทองธีรธรรม ผอ.สวม.วปอ.ฯ ฟังการบรรยายสรุปจาก ๒ หน่วยงาน ได้แก่
๑. กองกำลังผาเมือง ในหัวข้อ "สถานการณ์ความมั่นคงชายแดน และอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ภาคเหนือ" โดยมี พ.อ. มีชัย นิลศาสตร์ รอง ผบ.กกล.ผาเมือง และ พ.ท. ณรงค์เวทย์ รัศมี  หน.ฝ่ายข่าว กกล.ผาเมือง ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
"กกล.ผาเมืองปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน สกัดกั้นยาเสพติดและแรงงานผิดกฎหมาย พร้อมเสริมความมั่นคงภายใน โดยเน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด ปัจจุบันยังเผชิญความท้าทายจากยาเสพติด สแกมเมอร์ และปัญหาข้ามแดน จึงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษและเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน"
๒. ตำรววจภูธรภาค ๕ ในหัวข้อ "สถานการณ์อาชญากรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน" โดยมี พ.ต.อ. วชิรศักดิ์ ศรีประสม  รอง ผบก.๕ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
"ภาคเหนือตอนบนซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาชายแดน มีทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากการเคลื่อนย้ายข้ามแดน ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมสำคัญ ได้แก่ ยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์และการฟอกเงินผ่านคริปโต"

สายการเดินที่ ๒ (กลุ่มเพชร, กลุ่มมรกต และ กลุ่มโกเมน) : ช่วงเช้า
นำโดย น.อ. สาดิศย์ พริ้งประยูร รองผอ.สวม.วปอ.ฯ ฟังการบรรยายสรุปจาก สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ โดยมี  รศ. ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
"ประเทศไทยยังพึ่งพาพลังงานนำเข้า โดยเฉพาะ LNG ทำให้เสี่ยงต่อวิกฤตโลก จึงต้องเร่งใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อกระจายแหล่งพลังงานและเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว"

สายการเดินที่ ๑ และ สายการเดินที่ ๒ : ช่วงบ่าย
นำโดย พล.ต.กิตติภัค ทองธีรธรรม ผอ.สวม.วปอ.ฯ ฟังการบรรยายสรุปจาก ๓ หน่วยงาน ได้แก่
๑. จ.เชียงใหม่ ในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์จังหวัด การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่" โดย นายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
"จ.เชียงใหม่เน้นใช้พลังงานทางเลือก ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อลดปัญหาฝุ่นและสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"
๒. ศูนย์ปิโตรเลียมภาคเหนือ ในหัวข้อ "สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานภาคเหนือ" โดยมี น.อ. อุดมพล พรมทอง รองผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
"ภาคเหนือยังพึ่งพาแหล่งพลังงานหลักจำกัด เช่น โรงไฟฟ้าและปิโตรเลียมในพื้นที่ (เช่น แหล่งน้ำมันฝาง) ทำให้มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานหากเกิดการเปลี่ยนผ่านหรือวิกฤตพลังงาน แนวทางสำคัญคือการกระจายแหล่งพลังงาน พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ และใช้ทรัพยากรในประเทศให้คุ้มค่า เพื่อเสริมความมั่นคงและลดการพึ่งพาภายนอกในระยะยาว"
๓. อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU-STeP) ในหัวข้อ "ควานมั่นคงพลังงานและการขับเคลื่อนเทคโนโลยีในปัจจุบัน" โดยมี ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ
รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ "การขับเคลื่อนความมั่นคงพลังงานในปัจจุบันเน้นการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์และไบโอแก๊ส ควบคู่กับเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมช่วยเชื่อมงานวิจัยสู่การใช้จริง เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน"

สายการเดินที่ ๓ นำโดย พลตรี ฆนา นวราช  ผช.ผอ.หลักสูตร วปอ.บอ. ฝ่ายวิชาการ  ฟังการบรรยายสรุปจาก ๒ หน่วยงาน ได้แก่
๑. สำนักงานกองทุนชุมชนพื้นที่สงวนชีวมณฑลดอยเชียงดาว โดยมี คุณผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิผืนป่าในใจเรา (วปอ.รุ่นที่ ๕๑) ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดูแลพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลภายใต้โครงการ Man and the Biosphere (MAB) ของ UNESCO
๒. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก โดยมี ว่าที่ ร.ต. สุพล แสงแก้ว หัวหน้าศูนย์ฯ  ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริ การยกระดับคุณภาพชีวิต และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
Visitors: 1,047,914