Focus Group ครั้งที่ 3 มิติเศรษฐกิจ
มิติเศรษฐกิจเก็บข้อมูลในพื้นที่ "Focus Group" ครั้งที่ 3 (Ways / Means) ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. 69 โดยมี พล.ร.ท. เบ็ญจคัพภ์ เวศม์วิบูลย์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลักมิติเศรษฐกิจ กรุณานำคณะฯ ศึกษาประเด็นสำคัญ (Key Issue)
เรื่อง “ประเทศไทยกับการเป็น Global Safe Haven for Wellness Living” โดยเข้าเก็บข้อมูลจาก Wellness ที่สำคัญ ดังนี้
1️⃣ BDMS Wellness Clinic
โดยมี นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ พญ.พิชชาพร ธนาพงศธร ผู้ช่วยผู้จัดการBDMS Wellness Clinic ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล
มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
• Wellness Economy โลกมีมูลค่า 6.3 ล้านล้าน USD (ปี 2023) และคาดการณ์จะเติบโตเป็น 8.9 ล้านล้าน USD ในปี 2028 ด้วยอัตรา 7.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่า GDP โลกเสมอ
• Wellness ไม่ใช่เพียง "Trend" แต่เป็น Global Strategy ที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของโลก ถัดจาก AI และพลังงานสะอาด
• ประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่นใน T&CM, Wellness Tourism, Spiritual Health และ Hospitality ซึ่งตรงกับหมวดที่เติบโตสูงที่สุด
• ความท้าทายหลักคือการเปลี่ยน Secondary → Primary Wellness และการสร้าง Measurable Results ด้วยเทคโนโลยี
• Wellness Real Estate (15.2%/ปี) เป็นโอกาสใหม่ที่ยังไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในไทย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
• ประกาศยุทธศาสตร์ Safe Heaven of Wellness เป็นวาระแห่งชาติ กำหนดตัวชี้วัด Primary Wellness Tourist ไม่ใช่เพียงจำนวนนักท่องเที่ยวรวม
• สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรไทยในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะ 8 ชนิดที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เพื่อก้าวจากอันดับ 8 สู่ Top 3 โลก
• พัฒนามาตรฐาน Wellness Community ระดับชาติ เพื่อให้ทุกขนาดธุรกิจ (ตั้งแต่โรงแรม 2 ดาวถึง 6 ดาว) เข้าสู่ระบบ Wellness Ecosystem ได้
• ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Wellness Real Estate โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดกลุ่ม Middle East ที่ต้องการ Second Home
• สร้างมาตรฐาน Wellness Certification ที่วัดผลได้จริง (Telomere, HRV, Microbiome) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความแตกต่างจากคู่แข่ง
• บูรณาการ AI for Wellness เข้ากับระบบสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อขยาย Preventive Healthcare สู่ประชาชนทุกระดับ
2️⃣ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นเนล
ณ ห้องประชุม conference A ชั้น 21
โดยมี ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล
และ ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และเอสเพอรานซ์ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล
มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
ประเทศไทยยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ Longevity Economy ที่มีมูลค่ามหาศาล และไทยมีทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจลอกเลียนได้ง่าย ทั้งความเป็นเลิศด้าน Wellness Tourism ชื่อเสียงด้าน Hospitality และโรงพยาบาลระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบเหล่านี้จะไม่ยั่งยืนหากไทยยังคงติดอยู่ใน Reactive Healthcare Trap และปล่อยให้ช่องว่างเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านกฎระเบียบ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ยังคงดำรงอยู่ ขณะที่คู่แข่งอย่างสิงคโปร์และเกาหลีใต้กำลังเร่งสร้างความได้เปรียบ
ข้อเสนอแนะสำคัญสุดท้ายมี 3 ประการ
1. เร่งรัดการจัดตั้ง National Longevity Command โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การนำระดับสูงสุด
2. เปิดตัว Phuket Longevity Sandbox ในระยะเร่งด่วน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางยุทธศาสตร์และเริ่มสะสมประสบการณ์ก่อนขยายผล
3. ลงทุนใน AI-Health Infrastructure และ Human Capital อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนสำหรับ Precision Longevity ระดับชาติ
หากสามารถผสานความอ่อนน้อมและจิตวิญญาณการบริการแบบไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์ความแม่นยำระดับโลก ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับ 'รักษาโรค' แต่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่โลกยอมรับในฐานะ 'Global Leader in Productive Lifespan' ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

